ภารกิจของเรา
ที่ AEG International พันธกิจของเราคือการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่คนทั่วโลก ควบคู่ไปกับการปกป้องรักษาโลกใบนี้ไว้ให้คนรุ่นหลัง เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และใช้พลังขับเคลื่อนของธุรกิจความบันเทิงรูปแบบไลฟ์อีเวนต์ (Live Entertainment) ในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลดผลกระทบต่อโลก และสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สาธารณชนในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เราสร้างความบันเทิงให้กับแฟนๆ กว่า 160 ล้านคน ในงานอีเวนต์กว่า 220,000 รายการต่อปี ด้วยเหตุนี้ เราจึงตระหนักถึงความรับผิดชอบของเราเป็นอย่างดี และใส่ใจที่จะเป็นผู้นำด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น
การทำงานของเรามีรากฐานมาจากหลักวิทยาศาสตร์ และเราขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายหลัก 4 ประการที่กำหนดภารกิจด้านความยั่งยืนของเรา:
การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อมและการวางแผนธุรกิจในระยะยาว AEG International กำลังขับเคลื่อนไปสู่กลยุทธ์ Net Zero ที่สามารถตรวจสอบได้จริง โดยมีเป้าหมายที่อ้างอิงหลักการทางวิทยาศาสตร์ (Science-based Targets) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 (Scope 1 - การปล่อยก๊าซโดยตรงจากกิจกรรมขององค์กร) และขอบเขตที่ 2 (Scope 2 - การปล่อยก๊าซทางอ้อมจากการใช้พลังงาน) ให้เหลือศูนย์หรือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมทั้งเดินหน้าจัดการกับการปล่อยก๊าซในขอบเขตที่ 3 (Scope 3 - การปล่อยก๊าซทางอ้อมอื่น ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน) อย่างจริงจัง
กรณีศึกษา

The O2 ในกรุงลอนดอน ได้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานมากมายทั่วทั้งสถานที่จัดงาน เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการขจัดฟุตพริ้นท์คาร์บอน (Carbon Footprint) ให้หมดไป ควบคู่ไปกับการลดการใช้พลังงานและต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ การผสมผสานความคิดริเริ่มที่หลากหลายทั่วย่านความบันเทิงนี้ มีส่วนช่วยอย่างมากในการลดฟุตพริ้นท์คาร์บอนในขอบเขตที่ 1 (Scope 1) ของเรา
หนึ่งในโครงการลดคาร์บอนที่สำคัญคือ การเปลี่ยนมาใช้ไฟ LED ทั่วทั้งฮอลล์จัดแสดง ซึ่งโครงการนี้สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 300,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อปี และลดการปล่อยคาร์บอนได้มากกว่า 60 ตันต่อปี นอกจากนี้ การปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบหม้อต้มน้ำ (Boiler System) ยังช่วยให้สถานที่จัดงานสามารถลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้อีกกว่า 30 ตัน
นอกจากนี้ ด้วยขนาดของสถานที่จัดงานที่ใหญ่มาก ทำให้สามารถลดคาร์บอนได้ในปริมาณมหาศาลเมื่อเป็นเรื่องของการจัดหาพลังงาน (Energy Procurement) โดย The O2 ได้จัดซื้อพลังงานสะอาดที่ผสมผสานระหว่างพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานไฮโดรเจนมาตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซ CO2 ได้สูงถึง 43,158 ตัน หรือเทียบเท่ากับการขับรถรอบโลกถึง 7,494 รอบ
ขยะคือตัวการที่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อยก๊าซคาร์บอนออกมาทั้งในกระบวนการผลิตและการขนส่ง AEG จึงได้นำระบบหมุนเวียนวัสดุ (Circular Material Systems) มาใช้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการใช้ทรัพยากรเฉพาะเท่าที่จำเป็น และเปลี่ยนเส้นทางขยะทั้งหมดไปสู่การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) หรือการรีไซเคิล (Recycling)
กรณีศึกษา

โครงการแก้วน้ำระบบหมุนเวียนที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusable Cups) ได้ถูกนำมาใช้แล้วที่ Uber Arena และ Uber Eats Music Hall ในกรุงเบอร์ลิน รวมถึง Barclays Arena ในเมืองฮัมบูร์ก เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการขจัดขยะให้หมดไป โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดจำนวนแก้วที่จะถูกทิ้งเป็นขยะได้เกือบ 4 ล้านใบเท่านั้น แต่การมีฟังก์ชันล้างแก้วภายในพื้นที่จัดงาน (In-house washing facilities) ยังช่วยตัดขั้นตอนการขนส่งไปล้างภายนอก ซึ่งเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดจากการขนส่งไปในตัวอีกด้วย
สำหรับขั้นตอนการใช้งาน แฟน ๆ จะชำระค่ามัดจำแก้วใบละ 1 ยูโรในทุกครั้งที่ซื้อเครื่องดื่ม และจะได้รับเงินมัดจำ 1 ยูโรนั้นคืนทันทีเมื่อนำแก้วมาคืน ซึ่งระบบเงินมัดจำนี้ช่วยสร้างแรงจูงใจให้แฟน ๆ นำแก้วมาคืน และทำให้ระบบสามารถหมุนเวียนต่อไปได้อย่างสมบูรณ์
ตั้งแต่สนามกีฬาและฮอลล์คอนเสิร์ต ไปจนถึงสวนสาธารณะและพื้นที่กลางแจ้ง สภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของเราถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ การดูแลเอาใจใส่ การลงทุน และการฟูมฟักสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่จำเป็นต่อความยั่งยืนในระยะยาวของธุรกิจเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกค้าที่เราให้บริการและชุมชนที่เราเข้าไปดำเนินงานด้วย เรากำลังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ (Nature-positive Environments) และเปิดรับสำหรับทุกคน
กรณีศึกษา

Barclays Arena ในเมืองฮัมบูร์ก ได้เริ่มต้นโครงการ "FAME FOREST" (ป่าแห่งเกียรติยศ) ขึ้นในปี 2019 เพื่อเป็นการขอบคุณศิลปินที่มาเปิดการแสดงในสถานที่ของเรา และในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ โครงการริเริ่มนี้มีส่วนช่วยอย่างมากต่อความพยายามของเราในการยกระดับสิ่งแวดล้อมในระดับโลก โดยศิลปินทุกท่านที่ขึ้นแสดงที่ Barclays Arena จะได้รับการปลูกต้นไม้และดูแลรักษาคนละ 1 ต้นภายในป่า FAME FOREST แห่งนี้ "จากศิลปินดวงดาวสู่ต้นไม้แต่ละต้น" จนกลายเป็นผืนป่าที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้บานสะพรั่ง แหล่งรังนอนสำหรับแมลง และบ้านของฝูงผึ้งหลวง จนถึงปัจจุบันมีการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 12,781 ต้น และได้รับการบริจาคเพื่อนำไปปลูกอีกกว่า 10,000 ต้น ซึ่งช่วยสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผึ้งหลวงมากกว่า 200,000 ตัวในการช่วยผสมเกสรดอกไม้ป่า
FAME FOREST ถือเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากในการดึงดูดให้ทั้งศิลปินและแฟน ๆ ได้มีส่วนร่วมกับความพยายามด้านความยั่งยืนของเราอย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อผืนป่าแห่งนี้เติบโตขึ้น ระบบนิเวศก็จะได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทำให้ศิลปินและแฟน ๆ จำนวนมากขึ้นได้หันมาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องความยั่งยืน รวมถึงก้าวความคืบหน้าครั้งสำคัญที่ Barclays Arena และ AEG Europe ได้ร่วมกันขับเคลื่อนมาตลอดทั้งปี
เรามอบความบันเทิงให้แก่ผู้คนหลายล้านคนต่อปีในสถานที่จัดงานที่จัดว่าเป็นแลนด์มาร์กที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก จากผลการศึกษาพบว่า แฟน ๆ พร้อมที่จะเปิดรับโครงการริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยพวกเขาจะซึมซับข้อความและพฤติกรรมที่ได้เรียนรู้จากคอนเสิร์ตกลับไปใช้ที่บ้านด้วย ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีพลังในการให้ข้อมูล ให้ความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่แผ่ขยายไปได้ไกลกว่ากิจกรรมอีเวนต์ในแต่ละวันของเรา
กรณีศึกษา

ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2024 The O2 Arena ในกรุงลอนดอน ได้สร้างประวัติศาสตร์จัดงานคอนเสิร์ตแบบกำจัดคาร์บอน (Carbon Removed Gigs) เป็นครั้งแรกของโลก ภายใต้ความร่วมมือกับ Cur8 ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดคาร์บอน และ A Greener Future ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดอีเวนต์อย่างยั่งยืน
ก่อนเริ่มงาน The O2 ได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทั่วทั้งสถานที่จัดงานผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟ LED, การเพิ่มเมนูอาหารจากพืช (Plant-based) ให้เป็นทางเลือกมากขึ้น, การจัดหาพลังงานหมุนเวียนมาใช้ และการจัดการขยะอาหารทั้งหมดภายในพื้นที่ด้วยโรงเลี้ยงไส้เดือน (Wormery) และถังย่อยสลาย (Digester) โครงการริเริ่มเหล่านี้ช่วยลดผลกระทบของสถานที่จัดงานลงได้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม การจัดไลฟ์อีเวนต์ทุกงานย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้น และนี่คือจุดที่ "กระบวนการกำจัดคาร์บอน" (Carbon Removals) เข้ามามีบทบาท
ในระหว่างการแสดงคอนเสิร์ต 4 คืนติดต่อกันของวง The 1975 ที่ The O2 ทาง A Greener Future ได้เก็บรวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ตั้งแต่การเดินทางของผู้ชม อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงกระบวนการผลิตโชว์ ซึ่งผลคำนวณแสดงให้เห็นว่าการแสดงทั้งหมดนี้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ออกมาจำนวน 546 ตัน จากตัวเลขดังกล่าว The O2 จึงได้สนับสนุนเงินทุนให้แก่วิธีการกำจัดคาร์บอนในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่กระบวนการเร่งการสลายตัวของหินตามธรรมชาติ (Enhanced Rock Weathering) ไปจนถึงการผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) ซึ่งช่วยดึงก๊าซคาร์บอนในปริมาณที่เท่ากันออกจากชั้นบรรยากาศและกักเก็บมันไว้อย่างถาวรในที่ที่ปลอดภัย
ในฐานะสถานที่จัดงานดนตรีและไลฟ์บันเทิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก The O2 มุ่งมั่นที่จะใช้กระบอกเสียงของตนในการเป็นผู้นำการจัดอีเวนต์แบบกำจัดคาร์บอน เพื่อไม่เพียงแต่ดึงความสนใจของสังคมให้ตระหนักถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากดนตรีสดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ลุกขึ้นมาลงมือทำในชีวิตประจำวันของตัวเอง ซึ่งสิ่งนั้นอาจเริ่มต้นด้วยการชวนพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า โครงการอีเวนต์แบบกำจัดคาร์บอนนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยจุดประกายให้แฟน ๆ ของเราได้ขบคิดว่า จะสามารถถักทอความยั่งยืนให้เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติและความคิดริเริ่มด้านความยั่งยืนเฉพาะของสถานที่จัดงานและเทศกาลต่างๆ สามารถดูได้ที่:

